ตำนานดาวลูกไก่กับความจริงของดาวที่มีมากกว่า 7 ดวง

Published by lepidine on

เมื่อวัยเด็กหลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องเล่าของ ดาวลูกไก่ เรื่องมีอยู่ว่า ในป่าแห่งหนึ่ง มีกระท่อมที่มีตากับยายอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง มีอาชีพปลูกผักเก็บพืชในป่าไปขายเพื่อเลี้ยงชีพ ตากับยายได้เลี้ยงแม่ไก่ไว้ตัวหนึ่ง ต่อมาแม่ไก่ได้ฟักไข่ออกมาเป็นลูกน้อยทั้ง 7 ตัว ทุกเช้าแม่ไก่จะพาลูกออกไปหากิน สอนให้คุ้ยเขี่ยหาอาหาร บางวันยายจะโปรยข้าวสุกให้กินด้วย แม่ไก่กับลูกๆ ทั้ง 7 มีความสุขมาก รู้สึกกตัญญูต่อตายาย

เย็นวันหนึ่งมีพระมาธุดงค์มาปักกลดอยู่ไม่ไกลนัก ตากับยายได้เข้าไปนมัสการและตั้งใจว่าจะทำอาหารมาถวายในวันพรุ่งนี้ แต่เมื่อค้นดูเสบียงอาหารในครัวก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่ ตากับยายสงสารพระท่านเกรงว่าท่านจะอดอาหาร เพราะในระแวกนี้มีแค่บ้านตายาย ทั้งคู่ได้ปรึกษากันว่า อาจจะต้องฆ่าแม่ไก่เพื่อนำมาทำอาหารถวายพระ ตากับยายรู้สึกเศร้าใจมาก ด้วยเพราะความรัก ความสงสารที่มีต่อแม่ไก่กับลูกน้อยอีก 7

ซึ่งจะต้องกลายเป็นลูกไก่กำพร้า ในระหว่างนั้นแม่ไก่ได้ยินตากับยายคุยกันพอดี จึงตัดสินใจยอมเสียสละชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณของตากับยาย เมื่อลูกไก่เห็นแม่ถูกนำไปทำอาหาร ทำให้เกิดความเสียใจจึงได้พากระโดดเข้ากองไฟเพื่อตายตามแม่ของมัน เมื่อเทวดารับรู้ถึงเรื่องราวก็ได้รับเอาลูกไก่ทั้ง 7 ตัวขึ้นไปอยู่บนฟากฟ้า เพื่อเป็นการประกาศถึงความรัก และความกตัญญูที่ลูกไก่ทั้งหมดมีต่อแม่ไก่

ส่วนด้านตำนานความเชื่อของท้องที่อื่นก็มีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป โดยกรีกเล่าว่า ดาวเหล่านี้เป็นตัวแทนของหญิงสาวเจ็ดพี่น้องแห่งไพลยาดีส ขณะที่ตำนานชาวไวกิงบอกว่าดาวเหล่านั้นคือ แม่ไก่ทั้งเจ็ดตัวของเฟรย์ยา ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับตำนานของไทย และในยุคสำริดของยุโรป ชาวยุโรปบางส่วน เช่น ชาวเคลต์หรือวัฒนธรรมอื่นก่อนหน้านั้น เชื่อว่ากลุ่มดาวนี้เกี่ยวข้องกับความอาลัย และงานศพ ในอดีตจะมีงานเทศกาลช่วงวันระหว่างวันศารทวิษุวัตจนถึงวันเหมายัน (วันฮัลโลวีน หรือวันแห่งจิตวิญญาณ) เป็นเทศกาลเพื่อระลึกถึงผู้วายชนม์ กระจุกดาวนี้จะเริ่มปรากฏบนท้องฟ้าด้านตะวันออกหลังจากตะวันลับขอบฟ้า เหตุนี้กลุ่มดาวลูกไก่จึงมักให้ความรู้สึกถึงน้ำตาและความเศร้าโศก

ความเป็นจริงแล้วกลุ่มดาวลูกไก่ หรือ กลุ่มดาวไพลยาดีส หรือ ดาวพี่น้องทั้งเจ็ด มีประวัติการสังเกตมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 15 อยู่ในพื้นที่ของกลุ่มดาววัว นับเป็นหนึ่งในกลุ่มดาวที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด และอาจเป็นกลุ่มดาวที่มีชื่อเสียงมากที่สุด สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า จึงเป็นกลุ่มดาวที่ใช้ทดสอบสายตาของคนได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าคนทั่วไปจะเห็นเพียง 6 ดวง ถ้าหากเป็นผู้ที่ชำนาญดูบ่อยๆ นับดูจะได้ 7 ดวง แต่ทว่าดาวกลุ่มนี้ตามความเป็นจริงไม่ได้มีเพียงแค่ 7 ดวงเท่านั้น แต่กลับประกอบไปด้วยดาวฤกษ์นับร้อยดวงเกาะเกี่ยวกันไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงจนได้รับการเรียกว่า กระจุกดาว ถ้ามีกล้อง 2 ตาหรือกล้องโทรทรรศน์ส่องดูดวงกลุ่มนี้ จะเห็นเป็นกระจุกดาวที่สวยงามที่สุดในท้องฟ้ากลุ่มหนึ่ง

กระจุกดาวนี้ประกอบด้วยดาวฤกษ์สีน้ำเงินที่มีอายุราว 100 ล้านปี แต่เดิมเคยเชื่อว่าเศษฝุ่นที่ทำให้เกิดการสะท้อนแสงจางๆ เรืองรองรอบดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุด น่าจะเป็นเศษที่หลงเหลือจากการก่อตัวของกระจุกดาว จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เนบิวลามายา ตามชื่อดาวมายา แต่ปัจจุบันเป็นที่ปรากฏชัดเจนแล้วว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเป็นเพียงฝุ่นเมฆในสสารระหว่างดาว ที่ดาวฤกษ์กำลังเคลื่อนผ่านเท่านั้น นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่ากระจุกดาวนี้จะมีอายุต่อไปอีกอย่างน้อย 250 ล้านปี หลังจากนั้นก็จะกระจัดกระจายออกไปเนื่องจากปฏิกิริยาแรงโน้มถ่วงที่เกิดจากดาราจักรเพื่อนบ้านใกล้เคียง

Categories: Blog

0 Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *