สถานที่สุดแปลกทั้ง 3 แห่งในโลกกับ ทะเลสาบ ธรรมชาติ และเมือง

Published by lepidine on

ในโลกนี้มีสถานที่มากมายให้เราได้ท่องเที่ยวหรือออกสำรวจกันไม่ว่าจะเป็นเมืองที่สวยงาม ทิวทัศน์ที่ดี หรือทะเลสาบที่สงบ แต่ว่า 3 สิ่งที่บอกไปนี้ยังมีเรื่องแปลกลึกลับที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้อีก ส่วนจะมีอะไรตั้งอยู่ที่ไหนลึกลับอย่างไร จะขอยกเรื่องราวของทั้ง 3 แห่งนี้มาให้ความรู้กัน

ทะเลสาบคาราเชย์

ในปี 1951 สหภาพโซเวียตได้ใช้ทะเลาสาบคาราเชย์แห่งนี้เป็นสถานที่ทิ้งกากนิวเคลียร์จนถึงปี 1953 และเมื่อสร้างโรงงานสำหรับเก็บกากนิวเคลียร์ไฟฟ้าเสร็จ จึงได้หยุดการทิ้งกากนิวเคลียร์ลงบริเวณน้ำลึกของทะเลสาบแต่ก็ยังมีการนำกากนิวเคลียร์มาทิ้งอย่างต่อเนื่องในพื้นที่บริเวณเขตน้ำตื้นของทะเลสาบ ทำให้ปัจจุบันน้ำในทะเลสาบคาราเชย์นั้นมีรังสีมากพอที่จะฆ่ามนุษย์ให้ตายได้ภายใน 1 ชั่วโมง

ซึ่งถ้าใครได้ไปยืนตรงทะเลสาบแห่งนี้เพียงแค่ 1ชั่วโมง ก็ถึงกับตายได้เลย และในปี 1968 เมื่อเกิดสภาวะภัยแล้ง ฝุ่น และรังสีจากกากนิวเคลียร์บริเวณทะเลสาบและชายฝั่งได้ปลิวกระจายทำให้มีผลกระทบต่อคนจำนวนครึ่งล้านกับคนอีกกว่า7พันคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบๆทะเลสาบ ทำให้พวกเขาต้องอพยพออกไป จนกระทั่งปี1978ก็ได้มีการสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่เพื่อล้อมรอบบริเวณส่วนที่กากนิวเคลียร์ได้ตกตะกอนและยกตัวสูงขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้พิษรั่วไหลออกมา

ต้นไม้ซ้อนสองแห่งเมืองอิตาลี

ในแถบชานเมืองของประเทศอิตาลีมีต้นไม้ประหลาดอยู่หนึ่งต้นหรือจะเรียกว่ามีสองต้นก็ไม่ผิด เพราะมันคือต้นมัลเบอร์รี่ขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์มากๆ ซึ่งบนต้นของมันก็มีต้นเชอรี่ขนาดใหญ่ได้เติบโตซ้อนขึ้นไปอีก โดยต้นนี้ไม่มีใครรู้ที่มาเลยว่าทำไมต้นไม้ทั้งสองต้นนี้ถึงได้เติบโตซ้อนกันได้อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ แต่ชาวท้องถิ่นได้สันนิษฐานว่าอาจมีนกได้นำเมล็ดของต้นเชอรี่มาทิ้งไว้จึงทำให้มันโตขึ้นมาแบบซ้อนกันอย่างนี้

หมู่บ้านแห่งการหลับใหล

ชาวบ้านจำนวนกว่า 1ใน4 ของหมู่บ้านคาราชี ในประเทศคาซัคสถานต้องเผชิญกับโรคลี้ลับที่ส่งผลเกี่ยวกับการนอนหลับของพวกเขา โดยอาการป่วยนี้ได้เริ่มต้นเกิดขึ้นกับผู้คนในหมู่บ้านตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งมีผลทำให้พวกเขาต้องนอนหลับในเวลากลางวันพร้อมกับการตื่นมาแบบคลื่นไส้ ปวดหัว จำอะไรไม่ได้

โดยผลจากการตรวจสอบของอากาศ น้ำ อาหาร และพื้นที่อยู่อาศัยที่มากกว่า 2หมื่นครั้งของการทดสอบก็ไม่พบสาเหตุใดๆที่เกี่ยวกับปัญหานี้แม้แต่เล็กน้อย ทำให้ผู้คนเริ่มสันนิษฐานว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านแต่อาจมาจากเหมืองยูเรเนี่ยมเก่าแก่ของสหภาพโซเวียตที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหมู่บ้านแห่งนี้ก็เป็นไปได้

Categories: Blog

0 Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *