พ่อแม่ห้ามพลาด!! เตรียมให้ลูกไปโรงเรียนอย่างไร สบายใจลูก และสบายใจแม่

ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงเปิดเทอม สำหรับเด็กๆที่เคยเข้าเรียนมาก่อนแล้วก็อาจจะมีอาการอิดออดเล็กน้อยในการไปโรงเรียนเพราะอาจจะคุ้นชินกับ การอยู่บ้าน มาเป็นเวลานาน แต่สำหรับเด็กเล็กที่ยังไม่เคยผ่านการเข้าโรงเรียนมาก่อนแน่นอนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นและเป็นสิ่งที่เห็นกันเป็นประจำก็คืออาการร้องไห้โยเยไม่อยากไปโรงเรียน เนื่องจากจะต้องห่างจากพ่อแม่ในแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน สำหรับวันนี้เราได้หยิบเอา วิธีการเตรียมตัวให้ลูกไปโรงเรียน ที่จะทำให้ลูกรักในการไปโรงเรียนและเป็นวิธีที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเกิดความกังวลเมื่อลูกไปโรงเรียนมาฝากกัน วิธีการเตรียมตัวให้ลูกไปโรงเรียน 1. เตรียมฝึกให้ลูกช่วยเหลือตนเองได้ก่อนเข้าโรงเรียน ในช่วงที่ลูกอยู่บ้านแน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่มักจะคอยให้ความช่วยเหลือลูกๆในเรื่องต่างๆ อยู่เสมอ เช่น การเข้าห้องน้ำ การรับประทานอาหาร การแต่งตัว เป็นต้น แต่เมื่อเขาต้องเข้าสู่วัยเรียนหนังสือทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นกิจวัตรประจำวันเขาจะต้องเป็นผู้ทำเองทั้งหมด ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมฝึกสอนให้ลูกช่วยเหลือตนเองในระดับต้นให้ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาการของลูกเองและความสบายใจของพ่อแม่เมื่อต้องห่างจากลูก 2. ฝึกระเบียบวินัยให้เรียนรู้ การเรียนรู้ไปพร้อมกับการใช้ชีวิตประจำวันจะทำให้ลูกซึมซับความมีวินัยไปด้วยในตัว เช่น เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ควรเก็บจานข้าวให้เรียบร้อย เมื่อเล่นของเล่นเสร็จแล้วก็ควรเก็บของเล่นเข้าที่ เป็นต้น วิธีสอนเช่นนี้จะช่วยทำให้เขามีวินัยและรู้จักรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น 3. อย่าหลอกลูกด้วยความไม่มีเหตุผล เด็กบางคนอาจจะมีความดื้อซนตามประสาเด็ก แต่ผู้ปกครองบางคนใช้วิธีการหลอก เพื่อทำให้ลูกหยุดพฤติกรรมเหล่านั้น เช่น หลอกลูกว่าจะมีคนมาจับตัวไป เป็นต้น ซึ่งการหลอกโดยไม่บอกเล่าถึงเหตุและผลจะทำให้เด็กกลัวคนแปลกหน้า และรู้สึกไม่ปลอดภัยหากไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วย 4. สร้างภาพให้โรงเรียนน่าอยู่ คุณพ่อคุณแม่ควรพูดถึงข้อดีของการไปโรงเรียนให้ลูกฟังอยู่บ่อยๆ เช่น ที่โรงเรียนมีเพื่อนๆที่น่ารัก มีของเล่น มีสมุดระบายสี มีคุณครูใจดี เป็นต้น จะช่วยทำให้เขามีความตื่นเต้นและอยากไปโรงเรียนมากยิ่งขึ้น Read more…

เคล็ดไม่ลับ!! วิธีจัดการกับความขี้เกียจให้อยู่หมัด

เคยไหม ที่เกิดความรู้สึกขี้เกียจไม่อยากทำอะไรอยากอยู่เฉยๆหรืออยากไปนั่งโง่ๆที่ไหนสักที่โดยที่ไม่ต้องคิดอะไรและไม่ต้องทำอะไร ความรู้สึกขี้เกียจสามารถเกิดได้กับทุกคนทุกเพศและทุกวัย ความขี้เกียจบางครั้งก็อาจนำมาซึ่งความ ล้มเหลวของชีวิต ถ้าหากคุณไม่อยากเกิดความล้มเหลวกับชีวิตก็ควรที่จะสลัดความขี้เกียจออกไปจากตัวของคุณเอง ว่าแต่เราจะมีวิธีการสลัดความขี้เกียจออกจากตัวเราได้อย่างไรนั้น ต้องมาดูกัน วิธีจัดการกับความขี้เกียจ 1. ตั้งเป้าหมายที่สมเหตุสมผล การตั้งเป้าหมายใหญ่ๆ ไว้มักจะทำให้คุณผิดหวัง เพราะโอกาสที่จะเป็นไปได้มีน้อยกว่าที่จะทำให้มันสำเร็จ สำหรับมุมมองของตัวเรานั้นมักจะมีเหตุผลบางอย่างที่มั่นใจมากที่จะทำการใหญ่ได้สำเร็จ แต่หากมองไปมุมคนอื่นแล้วเราจะเห็นความเป็นไปได้ได้ชัดกว่าตัวเราเอง เพราะฉะนั้นการลดเป้าหมายและการตั้งเป้าหมายให้เล็กลง จะช่วยให้คุณทำบางอย่างสำเร็จได้ง่ายๆ และจะมีกำลังใจสู้ต่อไป 2. ทำอะไรให้ต่างไปจากเดิม ความแตกต่างมักจะสร้างความตื่นเต้น ซึ่งหากทำอะไรเดิมๆในแต่ละวันจะทำให้คุณรู้สึกเบื่อและไม่อยากทำ การเปลี่ยนวิธีหรือสร้างแรงจูงใจจะทำให้คุณรู้สึกดี เช่น การสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ในที่ทำงาน จัดโต๊ะทำงานใหม่ จะช่วยเพิ่มความรู้สึกแปลกใหม่มากขึ้นได้ 3. ทำสิ่งเล็ก ๆ ให้สำเร็จ เป็นอีกหนึ่งการสร้างแรงจูงใจที่ดีที่สุดกับความรู้สึก จะช่วยให้คุณมีกำลังใจที่สามารถมีแรงฮึดในการทำสิ่งอื่นๆ ได้เช่นกัน 4. ใช้เทคนิค Pomodoro เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ใช้ในการทำงานทั้งวัน ซึ่งการทำงานนี้คุณสามารถหยุดทำงาน 3-4 นาที จากนั้นก็สามารถทำงานต่อไปอีก 25 นาที ซึ่งการทำแบบนี้วนๆไป ให้ครบ 4 รอบ Read more…

วิธีรับมือเมื่อต้องเจอปัญหา สามีนอกใจตอนท้อง!!

ผู้หญิงท้องเป็นช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหวทางด้านความรู้สึกอย่างมาก ด้วยการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกิดขึ้นกับร่างกายทำให้สภาวะอารมณ์ไม่มั่นคงและรู้สึกอ่อนไหวได้เป็นพิเศษ อีกหนึ่งปัญหาที่มักจะเกิดกับหญิงตั้งครรภ์นั่นก็คือปัญหาสามีนอกใจ เนื่องจากสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมของหญิงตั้งครรภ์อาจทำให้คุณสามีแอบปันใจให้ผู้หญิงอื่นได้ สำหรับวันนี้เราได้นำเอา วิธีรับมือกับปัญหาสามีนอกใจ ที่ผู้หญิงอย่างเราควรปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับตัวเอง วิธีรับมือกับปัญหาสามีนอกใจ 1.พยายามอย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา เข้าใจว่าไม่ว่าเป็นใครเจอเรื่องสามีนอกใจก็ต้องมีอารมณ์ของขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ด้วยความที่สภาวะทางอารมณ์ของคนท้องมักจะอ่อนไหวและไม่มั่นคง จะทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โตมากขึ้นไปอีกได้ คุณจะต้องพยายามทำใจให้สบาย ใจเย็นๆ ค่อยๆ คิด ค่อยๆทำ อย่าใช้อารมณืหรืออย่าโวยวาย เพราะจะยิ่งทำให้สามีของคุณเกิดอาการเบื่อหน่ายคุณมากยิ่งขึ้นไปอีก และถ้าเลวร้ายไปกว่านี้ก็คือเขาจะไปหาผู้หญิงคนอื่นทันที 2. บ่งบอกให้สามีรู้ว่าคุณไม่ต้องการเป็นเมียหลวง ผู้ชายบางคนมักจะใช้ความรักมากของผู้หญิงมาหาประโยชน์ให้กับตนเอง พวกเขามักจะคิดว่าเมื่อผู้หญิงรักเขามากก็จะต้องยอมเขาทุกอย่าง ถึงแม้จะเป็นการมีเมียน้อยก็ตาม เพราะฉะนั้นหากคุณไม่ต้องการทนในสภาพที่อยู่ในตำแหน่งเมียหลวง ก็ควรจะแสดงจุดยืนของคุณให้สามีรับรู้ไปเลยว่าคุณรับไม่ได้และจะไม่ยอมเป็นเมียหลวงอย่างเด็ดขาด 3. ทำใจยอมรับ หากผู้ชายต้องการเลิกรา ไม่ใช่แค่คุณเท่านั้นที่ประสบปัญหานี้ บนโลกใบนี้มีผู้หญิงที่ต้องตกอยู่ในสภาวะแม่เลี้ยงเดี่ยวมากมาย เพราะตอนท้องสามีแอบปันใจไปมีภรรยาน้อย หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับคุณขอให้คุณตั้งสติ พยายามนึกถึงคนที่คุณรัก และรักคุณ รวมไปถึงลูกในน้อยในท้องให้มากๆ อย่าคิดสั้นหรือตัดสินใจทำอะไรด้วยความวู่วาม ถ้าหากท้ายที่สุดแล้วฝ่ายชายต้องการเลิกราและเลือกที่จะเดินจากไป คุณก็ควรที่จะทำใจและเริ่มต้นชีวิตอีกครั้งจะดีกว่า 4. ทำจิตใจให้สดใส เพราะความเครียดขณะตั้งครรภ์นั้นส่งผลโดยตรงต่อลูกน้อยในท้อง อาจทำให้คุณแม่มีความเสี่ยงในการแท้งบุตรได้ นอกจากนี้แล้วความเครียดยังส่งผลให้ลูกน้อยในครรภ์เจริญเติบโตช้ากว่าปกติที่ควรจะเป็น อีกทั้งยังส่งผลให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูกเกิดการหดตัวและทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ เมื่อคลอดแล้วลูกน้อยอาจจะมีอาการซึมเศร้าได้ 5. อย่าโทษตัวเอง Read more…

น่าสนใจ!! รวมวิธีจัดการกับชีวิตทำงานให้ดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ

การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากร่างกายของคุณที่จะต้องมีความพร้อมแล้ว จิตใจที่พร้อมจะออกไปทำงานก็ต้องพร้อมด้วยเช่นกัน การทำงานให้มีผลงานออกมาดีที่สุดคุณจะต้องหาตัวช่วยดีๆ คือสิ่งที่สำคัญ การจดจำและเรียบเรียงความสำคัญลำดับก่อนหลังคือสิงที่คุณจะต้องทำให้ได้ การแยกชิ้นงานใหญ่ๆออกเป็นข้อย่อยๆ จะช่วยให้งานทำได้ง่ายขึ้น และเสร็จได้เร็วขึ้นอีกด้วย วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถจัดการงานชิ้นใหญ่ได้ลงตัวโดยไม่ติดขัดมาฝากกัน วิธีจัดระเบียบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ 1. รักษาสุขภาพให้ดีที่สุด นอกจากจิตใจที่เราจะต้องดูแลแล้ว สุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดที่จะทำให้งานเดินหน้าต่อไปได้ คุณควรที่จะพักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายจะต้องได้รับอาหารทั้ง 5 หมู่ครบทุกมื้อ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมก่อนออกไปทำงาน 2. มีสมุดจดบันทึกการทำงาน หลายคนมักจะมีงานจุกจิก ที่เป็นงานเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นรายละเอียดของชิ้นงานต่างๆ หากไม่มีการจดบันทึกเอาไว้ จะทำให้คุณพลาดและลืมได้ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับการเงิน และเอกสารสำคัญ ซึ่งหากทำงานพลาดรับรองเลยว่า มีผลกับอนาคตอย่างแน่นอน 3. ทำ to do list สิ่งที่ต้องทำ เป็นการเรียบเรียงความสำคัญของกิจกรรมการทำงานในแต่ละวัน ซึ่งคุณสามารถใช้เวลาเป็นเครื่องกำหนดการทำงานของคุณ อย่างเช่น ช่วงเวลานี้คุณจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งจะช่วยการทำงานของคุณเป็นขั้นตอนมากยิ่งขึ้น การทำ to do list Read more…