ดื่มแล้วได้ผล!! รวมเครื่องดื่มช่วยสลายความเครียด ลดความวิตกกังวล

ปัจจุบันความเครียดเข้ามาทำลายสภาพจิตใจความรู้สึกของคนมากยิ่งขึ้นอาจจะเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจมลภาวะสภาวะสังคมสิ่งเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่เกิดความเครียดหลายคนเกิดความเครียดจากการทำงานหรือสถานภาพทางการเงินแต่จะมีวิธีอย่างไรที่จะช่วยจัดการความเครียดให้หมดไปจากหัวสมองของคุณได้ซึ่งวันนี้เราได้หยิบเอา เครื่องดื่มที่จะช่วยคลายเครียด ลดความวิตกกังวลและช่วยทำให้คุณมีความรู้สึกที่ดีขึ้นพร้อมกับสมองที่ปลอดโปร่งมาฝากกัน ว่าแต่เครื่องดื่มที่ว่านี้จะมีอะไรกันบ้างนั้นไปดูกันเลย ชาเขียว เครื่องดื่มที่หลายคนคุ้นชื่อ และคุ้นชินกันดี บางคนดื่มชาเขียวอยู่ในทุกๆวัน เพราะติดใจในความหอม อร่อย ของชาเขียว ในชาเขียวมีกรดอะมิโนที่เรียกว่า ธีอะนีน จึงเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มเพื่อคลายเครียด แต่ชาเขียวนั้นมีสารคาเฟอีนอยู่ด้วย ในรายที่แพ้สารคาเฟอีนควรระมัดระวังในการดื่ม เพราะอาจเกิดอาการใจสั่นได้ และไม่ควรดื่มก่อนนอนเพราะอาจทำให้คุณนอนไม่หลับ น้ำขิง เครื่องดื่มนี้สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป หาซื้อง่าย หรือจะซื้อเป็นขิงสำเร็จรูปพร้อมชงดื่มก็ได้เช่นกัน น้ำขิงช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี ช่วยลดความเครียด คลายความกังวลได้เป็นอย่างดี และช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย นมร้อน เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดนิยม การได้ดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอนจะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย สบาย สำหรับผู้ที่ดื่มนมร้อนก่อนนอนเป้นปรจะทุกวัน เมื่อร่างกายได้รับความร้อนและความอุ่นจากนมจะทำให้รับรู้ได้ว่าถึงเวลาที่จะเข้านอนแล้ว คุณจะรู้สึกง่วงนอนทันที นอกจากจะช่วยคลายความเครียดได้แล้ว ในนมยังมีแคลเซียมสูงส่งผลให้กระดูกและฟันแข็งแรง น้ำส้มคั้น ในน้ำส้มมีวิตามิซีสูง มีส่วนช่วยคลายความเครียดได้ดี ดื่มแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยวที่จะทำให้คุณรู้สึกอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามควรจะต้องเป็นน้ำส้มสด ไม่ค้างคืน เพราะอาจทำให้ท้องเสียได้ และอีกสิ่งหนึ่งสำคัญคือไม่ควรเติมน้ำตาลมากเกินไป หรืออาจจะไม่เติมเลยก็ได้ เพราความหวานของน้ำตาลอาจจะทำให้คุณอ้วนได้ Read more…

คนเลี้ยงสุนัขควรทำ!! วิธีง่ายๆ ฝึกสุนัขขับถ่ายให้เป็นที่ เป็นเวลา

หากคุณชื่นชอบที่จะเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องหมาที่แสนน่ารัก สิ่งที่คุณจะต้องเรียนรู้ก็คือวิธีการสอนสุนัขให้ขับถ่ายในกรณีที่คุณเลี้ยงสุนัขในสถานที่ปิดเช่นโรงแรมห้องพักหอพัก แน่นอนว่าเรื่องการขับถ่ายของสุนัขกลายเป็นปัญหาสำคัญทางที่ดีผู้เลี้ยงเองควรฝึกสุนัขให้ขับถ่ายเป็นที่ตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาในอนาคตอีกต่อไป วิธีฝึกน้องหมาให้ขับถ่ายเป็นที่ เป็นเวลา 1. เข้าใจนิสัยของสุนัข การฝึกสุนัขให้ถ่ายเป็นที่ เป็นทาง เราสามารถฝึกตั้งแต่สนัขอายุ 7 – 8 สัปดาห์ เพราะถ้าหากคุณสามารถฝึกน้องหมาให้สามารถเรียนรู้ตอนเด็กๆได้ไว ก็จะทำให้เกิดผลดีมากๆ แต่เจ้าของน้องหมาจะต้องมีความอดทนสูง เพราะว่าลูกสุนัขยังเด็กอยู่ จะมีความกลัว ที่แฝงมากับความซุกซน ซึ่งคุณจะต้องใช้สักระยะเวลาหนึ่งในการฝึก 2. กำหนดเวลาให้อาหาร การให้อาหารสุนัขกินเสร็จแล้ว ควรเก็บอาหารทันที  จากนั้นเจ้าของจะต้องจับเวลาว่าเจ้าตูบน้อยจะถ่ายในช่วงเวลาหลังกินเสร็จเมื่อไหร่ เราจะใช้เวลาสังเกตประมาณ 1-2 วัน หากถึงวันต่อไปเราก็จะรู้ว่าถึงเวลาของเจ้าตูบที่ถ่ายแล้ว สามารถนำเข้าไปฝึกถ่ายในห้องน้ำได้เลย 3. เลือกสถานที่ขับถ่ายให้เหมาะสม ควรเลือกสถานที่เป็นห้องน้ำที่เหมาะกับสุนัข เพราะโดยธรรมชาติของสุนัขจะไม่ชอบถ่ายตรงที่มีคนพลุกพล่าน และที่สำคัญสุนัขชอบพื้นที่กว้างๆ ซึ่งหากในกรณีสถานที่ไม่อำนวย เราสามารถพาสุนัขไปอึหรือไปฉี่นอกสถานที่ที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นได้ 4. ฝึกให้สุนัขทำตามคำสั่ง การฝึกสุนัขให้ทำตามคำสั่ง โดยการเข้าฝึกที่โรงเรียนสอนลูกสุนัข จะสอนให้ลูกสุนัขเบ่งหรือหยุดถ่ายได้ ซึ่งวิธีการสอนนั้นจะต้องสอนมาตั้งแต่สุนัขยังเล็กๆ ซึ่งระยะเวลาสำหรับเราที่ต้องการฝึกเองอาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่หากว่าคุณสามารถทำได้ก็จะทำให้สบาย เพราะสามารถสั่งสุนัขอึเวลาไหนก็ได้ที่เหมาะสม 5. ฝึกให้สุนัขเข้าห้องน้ำ Read more…

เคล็ดไม่ลับ!! วิธีลดอายุให้ดูเด็ก หน้าไม่แก่

เรื่องของอายุเป็นสิ่งที่บ่งบอกอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพร่างกาย สภาพจิตใจ สถานะการงาน เป็นต้น ผู้หญิงหลายคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับอายุ เนื่องจากอายุที่มากมักจะมาพร้อมกับสภาพร่างกายและสภาพผิวหน้าที่ร่วงโรยไปตามวัย ผู้หญิงหลายคนจึงพยายามหาทางที่จะช่วยลดอายุให้กับตนเอง ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือการเสริมความงามด้วยวิธีการศัลยกรรม สำหรับวันนี้เราได้หยิบเอาเคล็ดลับที่จะช่วยลดอายุให้ดูอ่อนกว่าวัยที่คุณก็สามารถทำได้มาฝากกัน เคล็ดลับลดอายุให้ดูเด็ก 1. ออกกำลังกายสร้างความแข็งแรง หากร่างกายแข็งแรง สภาพจิตใจก็จะสดใส รู้สึกดี ไม่เครียด ก็จะช่วยทำให้หน้าเด็กลง การอออกำลังกายสำคัญอย่างมาก นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังมีผลต่อบุคลิกภาพอีกด้วย มันคงจะดีไม่น้อยถ้าหากรูปร่างของคุณเป๊ะปังในแบบที่คุณต้องการ แน่นอนว่ามันจะมาพร้อมกับความมั่นใจในตัวเอง และอาจจะตามมาซึ่งโอกาสต่างๆที่คุณคาดไม่ถึง 2. ให้ความสำคัญกับอาหาร พยายามทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่ก็ไม่ต้องกดดันร่างกายจนมากเกินไป ซึ่งอาหารที่รับประทานนั้นไม่ควรสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรค เช่น ขนมหวาน น้ำหวาน ของทอด ซึ่งอาหารเหล่านี้ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายและยังเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพอื่นๆ อีกด้วย 3. แดดแรงแบบนี้ ครีมกันแดด อย่าให้ขาด บ้านเราแดดแรงมากๆ สาวๆไม่ควรที่จะพลาดทาครีมกันแดด ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าหรือผิวกาย เพราะแสงแดดคือตัวการสำคัญในการทำร้ายผิวให้เกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ ความเหี่ยวย่น สังเกตได้จากู้ที่ทำงานหนักท่ามกลางแสงแดดจะมีสภาพผิวที่เสื่อมโทรมก่อนวัยอย่างเห็นได้ชัด ทางที่ดีควรหมั่นทาครีมกันแดดอยู่เสมอและควรทำก่อนวัย 30 Read more…

สุดยอดไอเดีย!! ของรับไหว้งานแต่งงานเลือกอย่างไรให้ถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

การใช้ชีวิตคู่คืออีกหนึ่งความฝันของผู้ชายและผู้หญิงหลายคนการใช้ชีวิตคู่ที่ดีจะต้อง มาจากความรัก ความซื่อสัตย์ ของผู้หญิงและผู้ชาย ประเพณีไทยบ้านเรา ก่อนที่จะตกลงอยู่กินเป็นสามีภรรยาจะต้อง มีพิธีแต่งงาน เกิดขึ้น ซึ่งพิธีแต่งงาน เป็นประเพณีเก่าแก่มาช้านานเป็นการบ่งบอกถึง คนสองคนที่กำลังจะใช้ชีวิตร่วมกันโดยญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายได้มีการรับรู้และเต็มใจยินยอมที่จะให้คู่หญิงชายได้เริ่มต้นครอบครัวและสร้างความสัมพันธ์ของกันและกัน ในงานแต่งงานจะต้องมี ของรับไหว้งานแต่ง ซึ่งใช้สำหรับมอบเป็นของที่ระลึกให้กับญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย ของรับไหว้งานแต่งที่เหมาะสมและถูกใจญาติผู้ใหญ่ 1. ชุดของใช้ที่เป็นคู่ เช่น ช้อนส้อม ชุดจานและแก้วกาแฟ ตะเกียบ ซึ่งมีความหมายที่ดีก็คือ การอยู่กันเป็นคู่ไม่พรากจากกัน ซึ่งความหมายนี้ดีต่อผู้ให้และผู้รับ เพราะฉะนั้นจึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียของรับไหว้ที่น่าสนใจไม่น้อย 2. ผ้าไหมทอ ผ้าไหมหรือผ้าแพรสีสันสวยงามและเนื้อผ้าที่มีคุณภาพ จะทำให้ญาติผู้ใหญ่ถูกใจไม่น้อย นอกจากจะมีประโยชน์สามารถนำเอาไปตัดเป็นชุดได้มากมาย รับรองว่าถูกใจญาติผู้ใหญ่ที่รับอย่างแน่นอน ซึ่งผ้าไหมทอ หรือผ้าแพร นั้นเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความอบอุ่น 3. น้ำผึ้ง ถือเป็นของรับไหว้ที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากมีความหมายที่ดี ความรักที่หวานปานน้ำผึ้งนั่นก้เหมือนคำอวยพร ซึ่งการให้น้ำผึ้งนั้นมีความหมายที่ดีทั้งผู้ให้และผู้รับ และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย หากคุณตัดสินใจเลือกเอาน้ำผึ้งมาเป็นของรับไหว้งานแต่งก็ควรเลือกน้ำผึ้งที่มีแพคเกจที่ทันสมัย น่าสนใจ และสวยงาม ดูดี สักหน่อย รับรองได้เลยว่าถูกใจคนรับอย่างแน่นอนจ้า 4. ชา เป็นของรับไหว้ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพไม่น้อย Read more…

พ่อแม่ห้ามพลาด!! เตรียมให้ลูกไปโรงเรียนอย่างไร สบายใจลูก และสบายใจแม่

ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงเปิดเทอม สำหรับเด็กๆที่เคยเข้าเรียนมาก่อนแล้วก็อาจจะมีอาการอิดออดเล็กน้อยในการไปโรงเรียนเพราะอาจจะคุ้นชินกับ การอยู่บ้าน มาเป็นเวลานาน แต่สำหรับเด็กเล็กที่ยังไม่เคยผ่านการเข้าโรงเรียนมาก่อนแน่นอนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นและเป็นสิ่งที่เห็นกันเป็นประจำก็คืออาการร้องไห้โยเยไม่อยากไปโรงเรียน เนื่องจากจะต้องห่างจากพ่อแม่ในแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน สำหรับวันนี้เราได้หยิบเอา วิธีการเตรียมตัวให้ลูกไปโรงเรียน ที่จะทำให้ลูกรักในการไปโรงเรียนและเป็นวิธีที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเกิดความกังวลเมื่อลูกไปโรงเรียนมาฝากกัน วิธีการเตรียมตัวให้ลูกไปโรงเรียน 1. เตรียมฝึกให้ลูกช่วยเหลือตนเองได้ก่อนเข้าโรงเรียน ในช่วงที่ลูกอยู่บ้านแน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่มักจะคอยให้ความช่วยเหลือลูกๆในเรื่องต่างๆ อยู่เสมอ เช่น การเข้าห้องน้ำ การรับประทานอาหาร การแต่งตัว เป็นต้น แต่เมื่อเขาต้องเข้าสู่วัยเรียนหนังสือทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นกิจวัตรประจำวันเขาจะต้องเป็นผู้ทำเองทั้งหมด ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมฝึกสอนให้ลูกช่วยเหลือตนเองในระดับต้นให้ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาการของลูกเองและความสบายใจของพ่อแม่เมื่อต้องห่างจากลูก 2. ฝึกระเบียบวินัยให้เรียนรู้ การเรียนรู้ไปพร้อมกับการใช้ชีวิตประจำวันจะทำให้ลูกซึมซับความมีวินัยไปด้วยในตัว เช่น เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ควรเก็บจานข้าวให้เรียบร้อย เมื่อเล่นของเล่นเสร็จแล้วก็ควรเก็บของเล่นเข้าที่ เป็นต้น วิธีสอนเช่นนี้จะช่วยทำให้เขามีวินัยและรู้จักรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น 3. อย่าหลอกลูกด้วยความไม่มีเหตุผล เด็กบางคนอาจจะมีความดื้อซนตามประสาเด็ก แต่ผู้ปกครองบางคนใช้วิธีการหลอก เพื่อทำให้ลูกหยุดพฤติกรรมเหล่านั้น เช่น หลอกลูกว่าจะมีคนมาจับตัวไป เป็นต้น ซึ่งการหลอกโดยไม่บอกเล่าถึงเหตุและผลจะทำให้เด็กกลัวคนแปลกหน้า และรู้สึกไม่ปลอดภัยหากไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วย 4. สร้างภาพให้โรงเรียนน่าอยู่ คุณพ่อคุณแม่ควรพูดถึงข้อดีของการไปโรงเรียนให้ลูกฟังอยู่บ่อยๆ เช่น ที่โรงเรียนมีเพื่อนๆที่น่ารัก มีของเล่น มีสมุดระบายสี มีคุณครูใจดี เป็นต้น จะช่วยทำให้เขามีความตื่นเต้นและอยากไปโรงเรียนมากยิ่งขึ้น Read more…

เคล็ดไม่ลับ!! วิธีจัดการกับความขี้เกียจให้อยู่หมัด

เคยไหม ที่เกิดความรู้สึกขี้เกียจไม่อยากทำอะไรอยากอยู่เฉยๆหรืออยากไปนั่งโง่ๆที่ไหนสักที่โดยที่ไม่ต้องคิดอะไรและไม่ต้องทำอะไร ความรู้สึกขี้เกียจสามารถเกิดได้กับทุกคนทุกเพศและทุกวัย ความขี้เกียจบางครั้งก็อาจนำมาซึ่งความ ล้มเหลวของชีวิต ถ้าหากคุณไม่อยากเกิดความล้มเหลวกับชีวิตก็ควรที่จะสลัดความขี้เกียจออกไปจากตัวของคุณเอง ว่าแต่เราจะมีวิธีการสลัดความขี้เกียจออกจากตัวเราได้อย่างไรนั้น ต้องมาดูกัน วิธีจัดการกับความขี้เกียจ 1. ตั้งเป้าหมายที่สมเหตุสมผล การตั้งเป้าหมายใหญ่ๆ ไว้มักจะทำให้คุณผิดหวัง เพราะโอกาสที่จะเป็นไปได้มีน้อยกว่าที่จะทำให้มันสำเร็จ สำหรับมุมมองของตัวเรานั้นมักจะมีเหตุผลบางอย่างที่มั่นใจมากที่จะทำการใหญ่ได้สำเร็จ แต่หากมองไปมุมคนอื่นแล้วเราจะเห็นความเป็นไปได้ได้ชัดกว่าตัวเราเอง เพราะฉะนั้นการลดเป้าหมายและการตั้งเป้าหมายให้เล็กลง จะช่วยให้คุณทำบางอย่างสำเร็จได้ง่ายๆ และจะมีกำลังใจสู้ต่อไป 2. ทำอะไรให้ต่างไปจากเดิม ความแตกต่างมักจะสร้างความตื่นเต้น ซึ่งหากทำอะไรเดิมๆในแต่ละวันจะทำให้คุณรู้สึกเบื่อและไม่อยากทำ การเปลี่ยนวิธีหรือสร้างแรงจูงใจจะทำให้คุณรู้สึกดี เช่น การสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ในที่ทำงาน จัดโต๊ะทำงานใหม่ จะช่วยเพิ่มความรู้สึกแปลกใหม่มากขึ้นได้ 3. ทำสิ่งเล็ก ๆ ให้สำเร็จ เป็นอีกหนึ่งการสร้างแรงจูงใจที่ดีที่สุดกับความรู้สึก จะช่วยให้คุณมีกำลังใจที่สามารถมีแรงฮึดในการทำสิ่งอื่นๆ ได้เช่นกัน 4. ใช้เทคนิค Pomodoro เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ใช้ในการทำงานทั้งวัน ซึ่งการทำงานนี้คุณสามารถหยุดทำงาน 3-4 นาที จากนั้นก็สามารถทำงานต่อไปอีก 25 นาที ซึ่งการทำแบบนี้วนๆไป ให้ครบ 4 รอบ Read more…

วิธีรับมือเมื่อต้องเจอปัญหา สามีนอกใจตอนท้อง!!

ผู้หญิงท้องเป็นช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหวทางด้านความรู้สึกอย่างมาก ด้วยการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกิดขึ้นกับร่างกายทำให้สภาวะอารมณ์ไม่มั่นคงและรู้สึกอ่อนไหวได้เป็นพิเศษ อีกหนึ่งปัญหาที่มักจะเกิดกับหญิงตั้งครรภ์นั่นก็คือปัญหาสามีนอกใจ เนื่องจากสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมของหญิงตั้งครรภ์อาจทำให้คุณสามีแอบปันใจให้ผู้หญิงอื่นได้ สำหรับวันนี้เราได้นำเอา วิธีรับมือกับปัญหาสามีนอกใจ ที่ผู้หญิงอย่างเราควรปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับตัวเอง วิธีรับมือกับปัญหาสามีนอกใจ 1.พยายามอย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา เข้าใจว่าไม่ว่าเป็นใครเจอเรื่องสามีนอกใจก็ต้องมีอารมณ์ของขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ด้วยความที่สภาวะทางอารมณ์ของคนท้องมักจะอ่อนไหวและไม่มั่นคง จะทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โตมากขึ้นไปอีกได้ คุณจะต้องพยายามทำใจให้สบาย ใจเย็นๆ ค่อยๆ คิด ค่อยๆทำ อย่าใช้อารมณืหรืออย่าโวยวาย เพราะจะยิ่งทำให้สามีของคุณเกิดอาการเบื่อหน่ายคุณมากยิ่งขึ้นไปอีก และถ้าเลวร้ายไปกว่านี้ก็คือเขาจะไปหาผู้หญิงคนอื่นทันที 2. บ่งบอกให้สามีรู้ว่าคุณไม่ต้องการเป็นเมียหลวง ผู้ชายบางคนมักจะใช้ความรักมากของผู้หญิงมาหาประโยชน์ให้กับตนเอง พวกเขามักจะคิดว่าเมื่อผู้หญิงรักเขามากก็จะต้องยอมเขาทุกอย่าง ถึงแม้จะเป็นการมีเมียน้อยก็ตาม เพราะฉะนั้นหากคุณไม่ต้องการทนในสภาพที่อยู่ในตำแหน่งเมียหลวง ก็ควรจะแสดงจุดยืนของคุณให้สามีรับรู้ไปเลยว่าคุณรับไม่ได้และจะไม่ยอมเป็นเมียหลวงอย่างเด็ดขาด 3. ทำใจยอมรับ หากผู้ชายต้องการเลิกรา ไม่ใช่แค่คุณเท่านั้นที่ประสบปัญหานี้ บนโลกใบนี้มีผู้หญิงที่ต้องตกอยู่ในสภาวะแม่เลี้ยงเดี่ยวมากมาย เพราะตอนท้องสามีแอบปันใจไปมีภรรยาน้อย หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับคุณขอให้คุณตั้งสติ พยายามนึกถึงคนที่คุณรัก และรักคุณ รวมไปถึงลูกในน้อยในท้องให้มากๆ อย่าคิดสั้นหรือตัดสินใจทำอะไรด้วยความวู่วาม ถ้าหากท้ายที่สุดแล้วฝ่ายชายต้องการเลิกราและเลือกที่จะเดินจากไป คุณก็ควรที่จะทำใจและเริ่มต้นชีวิตอีกครั้งจะดีกว่า 4. ทำจิตใจให้สดใส เพราะความเครียดขณะตั้งครรภ์นั้นส่งผลโดยตรงต่อลูกน้อยในท้อง อาจทำให้คุณแม่มีความเสี่ยงในการแท้งบุตรได้ นอกจากนี้แล้วความเครียดยังส่งผลให้ลูกน้อยในครรภ์เจริญเติบโตช้ากว่าปกติที่ควรจะเป็น อีกทั้งยังส่งผลให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูกเกิดการหดตัวและทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ เมื่อคลอดแล้วลูกน้อยอาจจะมีอาการซึมเศร้าได้ 5. อย่าโทษตัวเอง Read more…

น่าสนใจ!! รวมวิธีจัดการกับชีวิตทำงานให้ดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ

การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากร่างกายของคุณที่จะต้องมีความพร้อมแล้ว จิตใจที่พร้อมจะออกไปทำงานก็ต้องพร้อมด้วยเช่นกัน การทำงานให้มีผลงานออกมาดีที่สุดคุณจะต้องหาตัวช่วยดีๆ คือสิ่งที่สำคัญ การจดจำและเรียบเรียงความสำคัญลำดับก่อนหลังคือสิงที่คุณจะต้องทำให้ได้ การแยกชิ้นงานใหญ่ๆออกเป็นข้อย่อยๆ จะช่วยให้งานทำได้ง่ายขึ้น และเสร็จได้เร็วขึ้นอีกด้วย วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถจัดการงานชิ้นใหญ่ได้ลงตัวโดยไม่ติดขัดมาฝากกัน วิธีจัดระเบียบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ 1. รักษาสุขภาพให้ดีที่สุด นอกจากจิตใจที่เราจะต้องดูแลแล้ว สุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดที่จะทำให้งานเดินหน้าต่อไปได้ คุณควรที่จะพักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายจะต้องได้รับอาหารทั้ง 5 หมู่ครบทุกมื้อ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมก่อนออกไปทำงาน 2. มีสมุดจดบันทึกการทำงาน หลายคนมักจะมีงานจุกจิก ที่เป็นงานเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นรายละเอียดของชิ้นงานต่างๆ หากไม่มีการจดบันทึกเอาไว้ จะทำให้คุณพลาดและลืมได้ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับการเงิน และเอกสารสำคัญ ซึ่งหากทำงานพลาดรับรองเลยว่า มีผลกับอนาคตอย่างแน่นอน 3. ทำ to do list สิ่งที่ต้องทำ เป็นการเรียบเรียงความสำคัญของกิจกรรมการทำงานในแต่ละวัน ซึ่งคุณสามารถใช้เวลาเป็นเครื่องกำหนดการทำงานของคุณ อย่างเช่น ช่วงเวลานี้คุณจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งจะช่วยการทำงานของคุณเป็นขั้นตอนมากยิ่งขึ้น การทำ to do list Read more…

สถานที่สุดแปลก

สถานที่สุดแปลกทั้ง 3 แห่งในโลกกับ ทะเลสาบ ธรรมชาติ และเมือง

ในโลกนี้มีสถานที่มากมายให้เราได้ท่องเที่ยวหรือออกสำรวจกันไม่ว่าจะเป็นเมืองที่สวยงาม ทิวทัศน์ที่ดี หรือทะเลสาบที่สงบ แต่ว่า 3 สิ่งที่บอกไปนี้ยังมีเรื่องแปลกลึกลับที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้อีก ส่วนจะมีอะไรตั้งอยู่ที่ไหนลึกลับอย่างไร จะขอยกเรื่องราวของทั้ง 3 แห่งนี้มาให้ความรู้กัน ทะเลสาบคาราเชย์ ในปี 1951 สหภาพโซเวียตได้ใช้ทะเลาสาบคาราเชย์แห่งนี้เป็นสถานที่ทิ้งกากนิวเคลียร์จนถึงปี 1953 และเมื่อสร้างโรงงานสำหรับเก็บกากนิวเคลียร์ไฟฟ้าเสร็จ จึงได้หยุดการทิ้งกากนิวเคลียร์ลงบริเวณน้ำลึกของทะเลสาบแต่ก็ยังมีการนำกากนิวเคลียร์มาทิ้งอย่างต่อเนื่องในพื้นที่บริเวณเขตน้ำตื้นของทะเลสาบ ทำให้ปัจจุบันน้ำในทะเลสาบคาราเชย์นั้นมีรังสีมากพอที่จะฆ่ามนุษย์ให้ตายได้ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งถ้าใครได้ไปยืนตรงทะเลสาบแห่งนี้เพียงแค่ 1ชั่วโมง ก็ถึงกับตายได้เลย และในปี 1968 เมื่อเกิดสภาวะภัยแล้ง ฝุ่น และรังสีจากกากนิวเคลียร์บริเวณทะเลสาบและชายฝั่งได้ปลิวกระจายทำให้มีผลกระทบต่อคนจำนวนครึ่งล้านกับคนอีกกว่า7พันคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบๆทะเลสาบ ทำให้พวกเขาต้องอพยพออกไป จนกระทั่งปี1978ก็ได้มีการสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่เพื่อล้อมรอบบริเวณส่วนที่กากนิวเคลียร์ได้ตกตะกอนและยกตัวสูงขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้พิษรั่วไหลออกมา ต้นไม้ซ้อนสองแห่งเมืองอิตาลี ในแถบชานเมืองของประเทศอิตาลีมีต้นไม้ประหลาดอยู่หนึ่งต้นหรือจะเรียกว่ามีสองต้นก็ไม่ผิด เพราะมันคือต้นมัลเบอร์รี่ขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์มากๆ ซึ่งบนต้นของมันก็มีต้นเชอรี่ขนาดใหญ่ได้เติบโตซ้อนขึ้นไปอีก โดยต้นนี้ไม่มีใครรู้ที่มาเลยว่าทำไมต้นไม้ทั้งสองต้นนี้ถึงได้เติบโตซ้อนกันได้อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ แต่ชาวท้องถิ่นได้สันนิษฐานว่าอาจมีนกได้นำเมล็ดของต้นเชอรี่มาทิ้งไว้จึงทำให้มันโตขึ้นมาแบบซ้อนกันอย่างนี้ หมู่บ้านแห่งการหลับใหล ชาวบ้านจำนวนกว่า 1ใน4 ของหมู่บ้านคาราชี ในประเทศคาซัคสถานต้องเผชิญกับโรคลี้ลับที่ส่งผลเกี่ยวกับการนอนหลับของพวกเขา โดยอาการป่วยนี้ได้เริ่มต้นเกิดขึ้นกับผู้คนในหมู่บ้านตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งมีผลทำให้พวกเขาต้องนอนหลับในเวลากลางวันพร้อมกับการตื่นมาแบบคลื่นไส้ ปวดหัว จำอะไรไม่ได้ โดยผลจากการตรวจสอบของอากาศ น้ำ อาหาร และพื้นที่อยู่อาศัยที่มากกว่า Read more…

แมลงสาบไม่มีหัว

รู้หรือไม่? แม้แมลงสาบไม่มีหัวก็ยังมีชีวิตอยู่ได้

สำหรับแมลงที่ถูกคนรังเกียจมากที่สุดคงต้องยกตำแหน่งนี้ให้กับแมลงสาบ และเชื่อว่าหลายคนคงเคยกำจัดแมลงสาบด้วยหลากหลายวิธี แต่ด้วยลักษณะโครงสร้างของแมลงสาบ ที่มันค่อนข้างทนทานต่อแรงกระแทก และอื่นๆ อีกมากมาย บางครั้งก็เอาของหนักวางทับมัน เอาไม้ตีแมลงมาตี ใส่รองเท้าเหยียบมันก็ไม่ตาย และที่อึดยิ่งกว่านั้นคือ ต่อให้หัวของมันขาดออกไปแล้ว แต่กลับยังมีชีวิตอยู่ได้อีกเป็นอาทิตย์ ซึ่งน่าแปลกมากว่าทำไมแมลงสาบโดนตัดหัวจึงยังไม่ตาย หากเป็นคนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ การถูกตัดหัวออกนั้นแน่นอนว่า คงจะเสียชีวิตในทันทีเพราะจะทำให้เสียเลือดกับความดันเลือดต่ำลง ทำให้ไม่สามารถส่งออกซิเจนและสารอาหารเดินทางไปเลี้ยงอวัยวะในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ อีกเหตุผลหนึ่งคือมนุษย์และสัตว์ส่วนใหญ่หายใจผ่านทางปากและจมูกเข้าสู่ปอด แล้วสมองของเราเองมีหน้าที่คอยควบคุมสั่งการแทบทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกาย ดังนั้นการที่ไม่มีหัวจึงทำให้ระบบหายใจหยุดทำงาน และไม่มีช่องทางสำหรับรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย สำหรับแมลงสาบจะแตกต่างจากคน เพราะร่างกายของมันเองไม่มีระบบความดันเลือด ไม่มีระบบเส้นเลือด แมลงสาบจึงไม่สามารถเลือดไหลจนตายได้เหมือนคน แต่แมลงสาบนั้นก็มีสมองอยู่ในหัว สมองของแมลงสาบมีหน้าที่ประสานระบบต่างๆ ในร่างกายของมัน เช่น การเคลื่อนไหว การมองเห็น การรับกลิ่นผ่านทางหนวด มันใช้สมองในการประมวลข้อมูลที่ถูกป้อนมาจากส่วนสำคัญต่างๆ บนหัวทั้งการมอง การรับกลิ่น ก่อนจะถูกส่งผ่านระบบประสาทไปสู่ร่างกาย เหมือนกับแมลงชนิดอื่นๆ มันไม่ได้หายใจทางปากหรือจมูกแบบคน เพราะพวกมันไม่มีปอด แต่มันหายใจผ่านทางรู Spiracles ซึ่งเป็นช่องเปิดการหายใจที่พบได้บนพื้นผิวของแมลงบางชนิด โดยที่อยู่รอบๆ ตัวของมัน ไม่จำเป็นต้องใช้สมองควบคุมการหายใจ เลือดไม่ได้เป็นตัวนำพาออกซิเจนเข้าสู่อวัยวะต่างๆ ที่สำคัญแมลงสาบใช้ระบบเส้นเลือดไหลเวียนแบบเปิด เมื่อมันถูกตัดหัวขาดแผลที่คอจะสมานอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดไม่ไหลทะลักออกมาจนตาย Read more…